แม่ ๆ หลายคนรายได้ต่อเดือนเยอะมากแต่เก็บเงินไม่ได้ทำยังไงดี ?

แนะนำให้แม่ ๆ ที่มีรายได้สูงลงทุนในสินทรัพย์ที่มีค่าตอบแทนสูง ดูว่าตัวคุณแม่เองชอบอะไร อย่างเช่น คุณแม่ชอบกระเป๋าแบรนด์เนม พวกกระเป๋ารุ่นลิมิเต็ด ราคาจะขึ้น ผลตอบแทนค่อนข้างมากกว่ากองทุนรวม มากกว่าสินทรัพย์ปกติ คุณแม่เองก็ชอบด้วยเมื่อออมในรูปนี้ ส่วนคุณพ่อเก็บที่ไหนดี คุณพ่อบางคนชอบพระเครื่อง ชอบรถ อย่างเช่น ซูเปอร์คาร์ 3 ล้านบาทซื้อมามือสองเอาไปประมูลขายได้ 7 ล้านในเวลาไม่นาน
การลงทุนให้ได้กำไรอยู่ที่การบริหารจัดการครับ ประโยคที่ว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาก่อนตัดสินใจลงทุน” เป็นความจริงมาตลอด การลงทุนมีทั้งการลงทุนแบบเสี่ยงน้อย เสี่ยงกลาง และเสี่ยงมาก

แล้วคุณแม่ควรลงทุนแบบไหน ?

คุณแม่อาจเคยได้ยินคำว่า กองทุนรวม ตราสารหนี้ หรือหุ้นมาบ้างใช่มั้ยครับ ถ้าอยากลงทุนในสิ่งที่น่าเชื่อถือมาก ๆ ลงทุนไปแล้วได้ผลกลับมา เงินที่ลงทุนไปไม่หายมีครับ เราต้องบริหารความเสี่ยง ยกตัวอย่างคุณแม่ออมเงิน 1 ปีสำหรับการศึกษาลูกได้ 70,000 บาท เราจะแบ่งการออมออกเป็นส่วน ๆ เงินนี้เป็นเงินที่ต้องไม่หายไปไหนใช่มั้ยครับ เพราะฉะนั้นเราก็จะแบ่งเงินเป็น 3 ส่วน จัดให้อยู่ในพอร์ตความเสี่ยง ปานกลาง ซึ่งจะแบ่งเก็บอยู่ในรูปของ…

1.ตราสารหนี้ พันธบัตรรัฐบาล คือการเอาเงินเราไปอยู่ในกองทุนรวม ที่มีการบริหารหรือนำไปลงทุนให้รัฐบาลกู้หรือหน่วยงานของรัฐกู้ สัดส่วน 50% อาจได้ได้ผลตอบแทนประมาณ 2-3%

2.อีกซัก 30 % ไปอยู่ในกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เป็นหุ้นกู้ หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆคือ นำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมที่มีการบริหารพอร์ตด้วยการนำเงินในกองนั้นไปให้บริษัทเอกชนกู้ ความเสี่ยงจะสูงขึ้นมาหน่อยแต่จะอยู่ในระดับ ต่ำ ถึงปานกลาง ผลตอบแทนก็จะสูงขึ้นมาหน่อย ประมาณ 4-6 %

3.อีก 20 % ที่เหลือไปลงในกองทุนรวมหุ้น หรือเรียกง่าย ๆ ว่า นำเงินจากกองทุนไปลงทุนเป็นเจ้าของกิจการผ่านกองทุนรวมที่มีการบริหารพอร์ตผ่านการซื้อหุ้นพื้นฐาน อย่างคมนาคม เช่น BTS ทางด่วน หรือน้ำมัน ฯลฯ แล้วได้ทั้งผลตอบแทนและปันผล อาจปันผลเป็นเงิน หรือ ปันหุ้นก็แล้วแต่ดุลพินิจของกองทุนนั้น ๆ ครับ

ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการให้เงินเติบโตมาก มากน้อยแค่ไหนด้วย ถ้าอยากให้เงินเรานิ่งมาก สัดส่วนเงินออมก็จะค่อนข้างสูง ก็ควรจัดพอร์ตให้อยู่ในความเสียงต่ำถึงปานกลาง แต่ถ้าอยากให้เงินออมเติบโตมากขึ้นก็สามารถจัดพอร์ตให้อยู่ในความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูงกว่าเพื่อผลตอบแทนที่มากกว่าเช่นกัน

อีกอย่างที่ต้องใช้คือระเบียบวินัยกับเวลาเพราะถ้าการออมไม่สม่ำเสมอ และไม่มีเวลาให้กองทุนได้เติบโตผลตอบแทนที่คาดการณ์อาจจะไม่เป็นไปตามที่เราหวังไว้ ตรงนี้ขาดไม่ได้เลย เพราะถ้าเราไม่สามารถทำตามแผนที่วางเอาไว้ได้ ปลายทางของเป้าหมายการเงินที่เราตั้งไว้ก็จะไม่มีทางเป็นจริงได้เล่นกันนะครับคุณพ่อคุณแม่

สำหรับคุณแม่ที่ไม่รู้เรื่องการลงทุนเลยเริ่มต้นต้องทำอย่างไรบ้าง ?

แนะนำให้ซื้อของรัฐบาลช่วยเกษตรกร ของรัฐบาลใช้เงินไม่มาก เริ่มต้น 3,000-5,000 ก็สามารถ ซื้อได้แล้ว อาจมีถูกรางวัลด้วย เช่น สลากออมสิน ธกส นอกจากจะช่วยเกษตรกรแล้ว เรายังได้ผลตอบแทนที่มากกว่าฝากออมทรัพย์ทั่วไปอีกด้วย และเงินก็ไม่หายไปไหนร้อยเปอร์เซ็นต์ เหมาะกับคุณแม่เงินเดือนไม่เยอะอยากลงทุน มีถูกรางวัลบ้างเล็กน้อยให้พอตื่นเต้นก็ดีไปอีกแบบนะครับ

ถ้าสนใจเรื่องหุ้นแม่ควรหาข้อมูลจากไหน ?

คุณแม่ ลองอ่านบทความใน www.set.co.th ก็ได้ครับ มีความรู้ตั้งแต่เริ่มลงทุนอย่างไรไปจนถึงมืออาชีพเลยทีเดียว เพิ่มเติมด้วยการดูข่าวเศรษฐกิจครับ สมมุติเราเคยใช้เวลาครึ่งชั่วโมงไปกับการตามข่าวดราม่า ผมว่าได้ความบันเทิงดี แต่อาจจะเพิ่มข่าวสาร ตอนเช้าลองมาอ่านหรือฟังข่าว สรุปข่าวเศรษฐกิจทั่วโลก ดูว่าตลาดสหรัฐฯ เป็นยังไง ตลาดญี่ปุ่นเป็นยังไง แล้วก็มาดูภาพรวมว่าเมืองไทยเป็นยังไง เพื่อที่จะสามารถคาดการณ์การย้ายเงินของเราไปลงทุนในที่ ๆ เหมาะสมที่สุดอีกด้วยครับ

แล้วคุณแม่ยังไม่ต้องเริ่มลงมือทำอะไรเลย แค่ลองซื้อในใจ สมมุติเราลงไปในใจ 50,000 บาท พอผลบวกเท่าไหร่เราก็ดีใจ ติดลบเท่าไหร่ก็ไม่เสียใจ ทำให้ได้กำไรซัก 2-10% แล้วเราค่อยลงของจริงก็ได้ เหมือนเราซ้อมก่อนค่อยลงทุนจริง ๆ จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ

เรียบเรียงจาก : สัมภาษณ์ คุณโจ้-ปฐมภัสร์ รชตะอนันต์ชัย ที่ปรึกษาด้านการเงินและผู้แนะนำการลงทุนด้านหลักทรัพย์
Line : @mrjojoe

พิธีกร : แม่แอร์ Thelovelyair.com

Facebook : Mother&Care Live : ทำไมต้องวางแผนการเงินเพื่อลูก ?