คุณแม่ลูกเล็กวัย 1 ถึง 3 ขวบ ต้องเจอกับวัยปฏิเสธของลูกค่ะ บางครั้งคุณแม่เผลอปี๊ดวันละหลายรอบ เริ่มสงสัยว่าคนละคนกันหรือเปล่า เพราะตอนยังเล็กกว่านี้น่ารักเชื่อฟังแม่มาก

ทำไมลูกจึงปฏิเสธไปเสียทุกอย่าง

การปฏิเสธของลูกเป็นพัฒนาการตามวัยของเขาค่ะ เพราะลูกกำลังมีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเอง ค่อย ๆ สร้างความเป็นตัวของตัวเองขึ้นมา และอยากทำอะไรเอง จึงไม่ชอบฟังคำสั่งของใครมีข้อแนะนำดี ๆ ในการดูแลลูกวัยปฏิเสธมาฝากกันค่ะ

1.อย่าห้ามทุกเรื่อง ห้ามเฉพาะเรื่องที่สำคัญ หรือเรื่องที่เป็นอันตราย เช่น เล่นในสิ่งที่พ่อแม่ห้าม การเล่นปลั๊กไฟเล่นของแตกง่ายปีนป่ายที่สูง คุณแม่ลดการปฏิเสธของลูกได้ด้วยการดูแลความปลอดภัยในบ้าน กั้นบริเวณที่ไม่ให้ลูกเข้าถึง เก็บของที่ลูกไม่ควรเล่นหรือเอาเข้าปากให้พ้นมือ จัดโซนของเล่นและฝึกให้ลูกเก็บของเล่นเอง

2.อย่าซีเรียสกับคำว่าไม่ของลูก คุณแม่ลดความเหนื่อยลงได้ด้วยการทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไม่สนใจบ้าง ถึงเวลากินแล้วไม่ยอมกิน คุณแม่แค่บอกว่าอีก 10 นาทีแม่เก็บนะคะ ถ้าลูกมากินไม่ทันเดี๋ยวจะหิวแย่ วันนี้มีของอร่อยเสียด้วยสิ แล้วคุณแม่ก็เก็บจริงค่ะ

3. เปลี่ยนคำถามใหม่ จาก อยากกินข้าวไหม อยากกลับบ้านไหมอยากนอนไหม ลูกมักจะตอบว่าไม่ เลี่ยงคำถามที่ลูกจะปฏิเสธได้ เปลี่ยนเป็น เดี๋ยวเรากำลังจะกลับบ้านแล้วค่ะ เดี๋ยวถึงเวลากินข้าวเตรียมตัวนะคะ จะถึงเวลาเล่านิทานก่อนนอนแล้วค่ะแทนการบอกให้ลูกไปนอน

4.เปลี่ยนจากการสั่งเป็นการชวน เพราะลูกจะไม่เกิดการต่อต้าน คุณแม่อาจชวนเขาทำกิจวัตรหรือกิจกรรมบางอย่างพร้อมกัน เช่น แปรงฟันด้วยกัน ชวนเขาเก็บของเล่น ชวนจัดโต๊ะอาหาร ชวนหยิบจานชามของเขา

5.บอกล่วงหน้าตั้งแต่เนิ่น ๆ เมื่อถึงเวลาเก็บของเล่นถึงเวลาอาบน้ำ กินข้าว หรือถึงเวลานอน ปกติคุณแม่มักจะสั่งลูกว่าเก็บของเล่นได้แล้ว อาบน้ำได้แล้ว ลูกย่อมต่อต้านโดยอัตโนมัติ ขณะที่เขากำลังเล่นเพลินอยู่ลูกไม่อยากถูกขัดจังหวะ
บอกลูกว่าอีก 10 นาทีเก็บของเล่นได้แล้ว เดี๋ยวเราจะกินข้าวกัน ลูกจะได้เวลามีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจค่ะ

6.ลดบรรยากาศตึงเครียด อย่างบอกให้ลูกกินข้าวแล้วลูกพูดว่าไม่ ก็อาจจะพูดให้เป็นเรื่องตลกขำ ๆ เช่น ลูกจะหม่ำจานไหมคะ กินโต๊ะกินเก้าอี้ก็น่าจะอิ่มดีแต่ท่าทางจะไม่อร่อย พอเป็นเรื่องตลกแล้วก็จะไม่มีอารมณ์โกรธ ลูกลืมปฏิเสธ แล้วก็ไม่ตั้งป้อมกับคุณแม่ค่ะ

7. สร้างวินัยในกิจวัตรประจำวันทำทุกอย่างให้เป็นเวลาไว้ตั้งแต่เขาเล็ก ๆ เขาก็จะเคยชินแล้วก็จะปฏิบัติได้ง่าย ทั้งวินัยในการตื่นนอน กินข้าวอาบน้ำ เก็บของเล่น ข้อกำหนดเวลาในการเล่น เวลาเข้านอน ให้ลูกรู้หน้าที่ว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ

8. ให้อิสระในการเลือกของลูกบ้าง เช่นชวนลูกชิบว่ามื้อเย็นเราจะกินอะไรกันบ้าง ให้เขาเลือกใส่ชุดนอนตัวโปรด ให้เลือกนิทานว่าจะให้คุณแม่อ่านเล่มไหนให้ฟังก่อนนอน คุณแม่สร้างขอบเขตไว้และให้เขาเลือกภายในขอบเขตนั้นเขาก็จะรู้สึกว่าเขามีอิสระและได้เป็นตัวของตัวเอง

คุณแม่เองก็พยายามสูดหายใจเข้าออกช้า ๆ ใจเย็นลงสักนิดนะคะ