การทำงานของสมอง เด็ก มีความสำคัญอย่างมากในวัยนี้ เนื่องจากเป็นวัยที่มีพัฒนาการด้านการเรียนรู้ได้ไวและรวดเร็วมาก อีกทั้งสมองยังเปรียบเสมือนเป็นรากฐานในร่างกายของทุกคน ดังนั้นเพื่อให้พ่อแม่ได้ปลูกฝังรากฐานนี้ของลูกให้แน่นและแข็งแร็ง เพื่อเติบโตไปเป็นเด็กที่ฉลาดและมีศักยภาพมากที่สุด โดยให้พ่อแม่ได้ไปรู้จักกับการทำงานของสมองลูกน้อย เพื่อนำไปเป็นประโยชน์ในการเสริมสร้างพัฒนาการลูกกัน

1.การทำงานของสมองเด็ก เริ่มทำงานตั้งแต่อยู่ในท้องแม่
ในช่วงที่คุณแม่เริ่มตั้งท้องลูกได้เพียงแค่ 9 เดือน รู้ไหมว่าลูกของเราเริ่มมีพัฒนาการด้านสมองแล้วนะ เนื่องจากสมองมีการพัฒนาสร้างเซลล์สมองเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากภายใน 2 เดือนแรกที่คุณแม่ตั้งท้อง อีกทั้งยังสามารถรับรสชาติของน้ำคร่ำได้ตั้งแต่อยู่ในท้องในช่วงของเดือนที่ 2-3 และหลังจากนั้นเดือนที่ 4-6 สมองของลูกเริ่มที่จะควบคุมการขยับของร่างกายได้บ้างแล้ว โดยออกมาในรูปแบบของการดิ้นนั่นเอง แถมในช่วงใกล้คลอดอย่างเดือนที่ 7-9 นี้เอง สมองของเด็กเริ่มมีรอยหยักในสมอง สามารถจำเสียงของพ่อแม่ได้ตั้งแต่อยู่ในท้องแล้วด้วย

2.สมองลูกถูกกระตุ้นการเรียนรู้ด้วยการสัมผัส
ไม่ว่าจะเป็นการกอดลูก การสัมผัส การให้ลูกดูดนม สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการกระตุ้นให้เซลล์สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากการสัมผัสจะไปกระตุ้นให้สมองส่วนไชแนปส์ หรือจุดประสานประสาทให้สร้างเซลล์ในช่องว่างที่มีอยู่ในสมอง ทำให้เส้นใยประสาทในสมองแตกแขนงเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะในปีแรกของลูกน้อยเซลล์สมองจะมีการเจริญเติบโตสูงถึง 90% เลย

3.สมองลูกพัฒนาตามการให้นมแม่
จากการวิจัยของ Lucas A พบว่าการให้นมแม่กับทารกมีผลต่อสมอง โดยเฉพาะในด้านของภาษา ยิ่งให้นมแม่มากเท่าใดสมองของลูกก็จะยิ่งมีพัฒนาการมากขึ้นเท่านั้น เพราะในน้ำนมแม่มีน้ำตาลแล็กโทสสูงถึงร้อยละ 7 ส่วน เมื่อเทียบกับนมทั่วไปที่มีค่าน้ำตาลแล็กโทสเพียงแค่ร้อยละ 4.8 ส่วนเท่านั้น ซึ่งน้ำตาลแล็กโทสนี่จะย่อยไปเป็นน้ำตาลกาแล็กโทสที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของสมองนั่นเอง

4.สมองจะเรียนรู้น้อยลงเมื่อเกิดความเครียด
การทำให้ลูกเครียด หรือแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ ในด้านไม่ดีต่อหน้าลูกนั้น มีผลกระทบต่อความฉลาด อารมณ์ และความทรงจำ เมื่อร่างกายของลูกเครียดจะผลิตสารเคมีที่ชื่อว่า “คอร์ติโซล” ออกมา ซึ่งสารนี้เองจะทำให้สมองส่วนคอร์เท็กซ์และฮิปโปแคมปัส มีหน้าที่เกี่ยวกับความคิด และอารมณ์ความทรงจำตามลำดับนั้นเล็กลง จนส่งผลให้การเรียนรู้ของลูกน้อยลง แต่ถ้าหากลูกมีความสุขก็จะส่งผลในเชิงบวกให้มีสารเคมีที่ดีในสมอง แล้วลูกของเราก็จะมีความพร้อมในการเรียนรู้ และเข้าใจมันได้อย่างรวดเร็ว

5.การเคลื่อนไหวของลูกมีผลต่อการพัฒนาสมอง
เนื่องจากสมองนั้นถูกพัฒนามาจากกิจกรรมที่ลูกทำ ซึ่งมักเกิดจากความเคลื่อนไหวที่ทำให้เกิดเซลล์ต่าง ๆ ในการเชื่อมต่อระหว่างส่วนอื่น ๆ ของสมองที่ซีกซ้ายที่ทำหน้าที่ของรูปธรรมทั้งความคิด ภาษา การพูด การเขียน รวมไปถึงการเคลื่อนไหวอย่างที่เราได้กล่าวมา ซึ่งจะส่งผลต่อระดับ EQ ของเด็กได้ในอนาคต เพราะการเคลื่อนไหวนี้ทำให้ลูกของเรากล้าที่จะทำ และมีความมั่นใจในตัวเองจนส่งผลต่อด้านอารมณ์และสังคม 5 ข้อของการทำงานสมองที่พ่อแม่อาจไม่เคยรู้มาก่อน เราหวังว่าพ่อแม่น่าจะนำประโยชน์จากตรงนี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของลูก เพื่อให้เขามีพัฒนาการสมองได้อย่างมีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นการนำข้อมูลส่วนนี้ไปปรับเปลี่ยนเป็นเกมส์เพื่อพัฒนาสมองและทักษะต่าง ๆ ของลูก เพราะเป็นโอกาสทองใน 3 ปีแรกที่จะทำให้ลูกของเราฉลาดได้อย่างมากที่สุด