Skip to content Skip to sidebar Skip to footer

Tag: เด็ก

3 วิธีล้างผักลดสารเคมี

เตรียมอาหารให้ลูกเองก็ต้องสะอาดปลอดภัย เรามีวิธีล้างผักและผลไม้เพื่อลดสารเคมีมาฝากแม่ ๆ ค่ะวิธีที่ 1แช่ผักไว้ในน้ำนาน 15 นาที จากนั้นยกผักขึ้นจากกะละมังแล้วนำไปรองใต้ก๊อก เปิดน้ำก๊อกให้ไหลผ่าน คลี่ใบผักให้โดนน้ำทั่วถึง ใช้มือถูผักผลไม้ และใช้เวลาล้างนานประมาณ 2 นาทีวิธีที่ 2แช่ในน้ำผสมน้ำส้มสายชู 5% ในอัตราส่วน น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร แช่ทิ้งไว้นานประมาณ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งวิธีที่ 3ใช้เบกกิ้งโซดา ครึ่งช้อนโต๊ะผสมกับน้ำ 10 ลิตร แช่ผักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที นาทีจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดการล้างผักทั้ง 3 วิธีนี้สามารถช่วยคุณแม่ลดสารเคมีตกค้างและยังช่วยล้างดิน และล้างเชื้อโรคที่ปนเปื้อนอยู่ออกไปจากผักได้ค่ะข้อมูลอ้างอิง กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

Read more

Horokid หนังสือสร้างเองของขวัญมอบลูกรัก

คุณพ่อคุณแม่เคยนึกมั้ยคะว่า จะเตรียมอะไรมอบเป็นของขวัญให้ลูกแรกเกิดและยังสร้างความประทับใจให้กับเขาไปจนถึงตอนโต  ขอแนะนำ Horokid  หนังสือคำทำนายที่คุณพ่อคุณแม่สร้างเพื่อลูกโดยเฉพาะ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำให้กับเด็ก ๆ ค่ะเนื้อหาในหนังสือเกี่ยวกับอะไรนะ ?ภายในหนังสือจะบอกเล่าถึงลักษณะนิสัยของเด็กตามช่วงเวลาเกิดของเด็กแต่ละคน บอกปีนักษัตร ราศีเกิด โดยคุณพ่อคุณแม่เป็นคนสร้างเนื้อหาจากการใส่ข้อมูล วัน เดือน ปีเกิด กรุ๊ปเลือด ของลูก แล้วคุณพ่อคุณแม่ยังเขียนคำอวยพรจากใจสู่ลูกได้ด้วยนะคะ ถ้าอยากสร้างให้ลูกรักซักเล่มนึงต้องทำยังไงบ้าง ?ง่ายมาก ๆ ค่ะ เข้าไปในเว็บไซต์ Horokid  เข้าไปกรอกข้อมูล ใส่ชื่อลูก วันเดือนปีเกิดของลูก พิมพ์คำอวยพรหรือข้อความซึ้ง ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่อยากจะบอกลูก  ไม่เกิน 10 วันก็จะได้รับหนังสือส่งมาทางไปรษณีย์ค่ะ เท่านี้คุณพ่อคุณแม่ก็จะได้ของขวัญชิ้นพิเศษสุดที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกมอบให้ลูกรักแล้วค่ะ

Read more

ยูทูปเบอร์ทดลองใจเด็ก จะซื้อไอศกรีมหรือให้เงินคนไร้บ้าน

ยูทูปเบอร์สร้างสถานการณ์ทดลองใจเด็กๆ ว่าจะนำเงินไปซื้อไอศกรีมหรือให้เงินคนไร้บ้านยูทูปเบอร์ แชแนล Meir Kay จากสหรัฐฯ สร้างสถานการณ์จำลองเพื่อทดลองใจเด็กวัย 4 ถึง 6 ขวบ และถ่ายวีดิโอคลิป เพื่อหาคำตอบว่าพวกเด็กๆ จะนำเงินที่ได้ไปใช้อย่างไร ระหว่างซื้อไอศกรีม หรือช่วยคนไร้บ้านที่ต้องการเงินจำนวนเล็กน้อยที่มา : Meir Kay

Read more

นักวิทย์ฯ เตือน พบแบคทีเรียและเชื้อรา ในของเล่นลอยน้ำ

นักวิทยาศาสตร์เผยผลการศึกษาพบว่า ของเล่นลอยน้ำสำหรับเด็ก เช่นเป็ดยางสีเหลืองในห้องน้ำ มีความสกปรกกว่าที่คิด โดยพบแบคทีเรียและเชื้อรามากกว่า 75 ล้านเซลล์นักวิทยาศาสตร์ในสวิตเซอร์แลนด์ เผยว่า ของเล่นลอยน้ำสำหรับเด็กในห้องน้ำ โดยเฉพาะตุ๊กตาเป็ดเหลือง มีสกปรกกว่าที่คิดไว้ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า 4 ใน 5 ของปริมาณของเหลวที่ถูกบีบออกมาจากตุ๊กตา มีแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ที่พบ คือ ลีจิโอเนลลา (Legionella) และ สูโดโมนาส เอรูจิโนซ่า (Pseudomonas aeruginosa) ซึ่งพบผู้ติดเชื้อเหล่านี้สูงมากนักวิจัยพบว่าน้ำประปาที่ใช้ในแต่ละครัวเรือนไม่ได้ทำให้เชื้อโรคเหล่านี้เจริญเติบโต แต่วัตถุดิบที่ผลิตตุ๊กตาจากโพลิเมอร์คุณภาพต่ำเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ซึ่งนักวิจัยยืนยันว่า ยางเหล่านี้สามารถปล่อยคาร์บอน ซึ่งเป็นอาหารของเหล่าแบคทีเรียและเชื้อรา โดยพบแบคทีเรียและเชื้อรามากกว่า 75 ล้านเซลล์ ต่อตารางเซนติเมตรแบคทีเรียและเชื้อราทำให้เด็กเสี่ยงติดเชื้อในตา หู และลำไส้ โดยเฉพาะเด็กที่ชอบเล่นฉีดน้ำใส่บริเวณใบหน้า ผู้ปกครองจึงควรเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพที่มา : The Sun

Read more

ฝึกลูกเรียนรู้จากความผิดพลาด

ถึงแม้ว่าความผิดพลาดจะไม่ใช่เรื่องน่ายินดี แต่ก็เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง คุณหมอมินบานเย็นแนะนำคุณพ่อคุณแม่ปล่อยลูกให้มีโอกาสเรียนรู้จากความผิดพลาดบ้างเพื่อการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นใจในตนเองตามมาอ่านบทความของคุณหมอกันค่ะในชีวิตของคนเรานั้นสิ่งที่ปรารถนาก็คือความสำเร็จ แต่กว่าจะเดินทางไปถึงความสำเร็จอย่างที่ใจหวัง ไม่ว่าเป็นใครก็ตามย่อมก็เคยพบกับความผิดพลาด สิ่งที่แตกต่างกันของแต่ละคนก็คือ ความสามารถที่จะจัดการกับความผิดพลาดนั้นๆ ได้หรือไม่ ซึ่งตรงนี้ต้องอาศัยการฝึกฝน ความรับผิดชอบ การเรียนรู้จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก สุดท้ายคือ ไม่ท้อแท้แม้จะผิดพลาด แต่สามารถยืนหยัดที่จะก้าวต่อไปมีคุณพ่อคุณแม่หลายคนที่ทนไม่ได้กับความผิดพลาดของลูกและมักจะอดไม่ได้ที่จะพยายามแก้ไขความผิดพลาดด้วยการเข้าไปจัดการเสียเอง ก่อนที่จะเกิดความผิดพลาดขึ้น ทั้งที่ในความเป็นจริง ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ก็มีประโยชน์ เพราะจะทำให้คนที่ผิดได้เรียนรู้ รับผิดชอบ และไม่ทำอีกคราวหน้า ผู้ใหญ่จึงควรให้เด็กได้เรียนรู้ในผลของการกระทำคุณแม่ท่านหนึ่งที่หมอคุยด้วย ไม่สามารถจัดการกับพฤติกรรมของลูกสาว ลูกสาวคุณแม่ไม่ชอบทำการบ้าน บ่นว่ายาก ทำแล้วก็ผิด ทำไม่ได้ ไม่อยากจะทำ และเมื่อทุกครั้งที่ลูกไม่ยอมทำการบ้าน แม่ก็จะแก้ปัญหาด้วยการทำให้แทน ครูก็ไม่รู้ หรือจะรู้ก็ไม่ทราบ และลูกก็มีงานไปส่งทันทุกวัน เพราะลูกรู้ว่าแม้ว่าจะไม่ทำ สุดท้ายแม่ก็จะทำให้คุณพ่ออีกท่านหนึ่ง บ่นให้หมอฟังว่า ลูกชอบทำห้องนอนสกปรก เสื้อผ้าใช้แล้วก็กองทิ้งไว้ เมื่อถามว่า แล้วเมื่อเขาไม่ยอมทำความสะอาดห้อง ไม่เอาเสื้อไปลงตะกร้า คุณพ่อทำยังไง คุณพ่อก็บอกว่า ก็ทำแทนให้ทุกๆ ครั้งหมอเข้าใจว่า คุณพ่อคุณแม่คงจะทนไม่ได้ที่จะเห็นลูกไม่มีการบ้านไปส่งครู…

Read more

5 เคล็ดลับปกป้องผิวลูกน้อยจากผื่นผ้าอ้อม

ผิวเบบี๋ทั้งอ่อนบางและมีโอกาสแพ้ง่าย คุณแม่จึงต้องทะนุถนอมผิวของลูกน้อยในวัยนี้เป็นพิเศษโดยเฉพาะเบบี๋ในช่วงแรกเกิดปัญหาผิวที่มักกวนใจเป็นประจำก็คือผื่นผ้าอ้อมค่ะ เเมื่อมีผื่นผ้าอ้อมลูกน้อยอาจร้องโยเยเนื่องจากไม่สบายเนื้อสบายตัวสร้างความกังวลใจให้คุณแม่ปัญหานี้แก้ไข้ได้ไม่ยากค่ะเรามาทำความรู้จักกับสาเหตุกันก่อนสักนิด สาเหตุที่พบได้บ่อย1.เกิดจากความเปียกชื้น ทั้งจากความชื้นเกิดจากการใส่ผ้าอ้อมในขณะที่ตัวยังไม่แห้งสนิท 2.การแช่อยู่ในผ้าอ้อมที่เปียกฉี่หรืออึนานเกินไป 3.การติดเชื้อแบคทีเรียหรือยีสต์อาจทำให้เกิดผื่นผ้าอ้อมได้ ทารกที่รับประทานยาปฏิชีวนะมักจะไวต่อการเกิดผื่นผ้าอ้อมจากเชื้อยีสต์ แนะนำ 5  วิธีปกป้องผิวอันบอบบางของลูกจากผื่นผ้าอ้อม 1.หมั่นดูผ้าอ้อมลูกบ่อย ๆ ดูว่าเปียกชื้น ลูกอึฉี่หรือยัง อย่าปล่อยให้นอนแช่ผ้าอ้อมเปื้อนอยู่นาน ๆ ให้รีบเปลี่ยน2.ล้างทำความสะอาดผิวลูกบริเวณที่อยู่ในผ้าอ้อมไม่จำเป็นต้องใช้สบู่ทุกครั้งอาจใช้น้ำเปล่าบ้าง หรือใช้สบู่เด็กที่อ่อนโยนต่อผิวเด็ก ปราศจากน้ำหอมหรือสารเคมีที่ก่อให้เกิดความระคายเคือง อาจเลือกผลิตภัณฑ์ประเภทออแกนิกเพื่อความปลอดภัยต่อลูกกน้อย  3.ใช้ผ้าสะอาดนุ่ม ๆ เช็ดผิวลูกอย่างอ่อนโยน เลี่ยงการใช้ทิชชู่เปียกที่ผสมน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันการระคายเคือง4.ปล่อยให้บริเวณผ้าอ้อมแห้งสนิทก่อนใส่ผ้าอ้อม5.ทาปิโตรเลียมเจลลี่ หรือครีมป้องกันผื่นผ้าอ้อมก่อนให้ลูกใส่ผ้าอ้อม  หากผื่นยังไม่หายไปภายใน 2-3 วัน หรือเป็นผื่นแดงมากขึ้นควรพาไปพบคุณหมอเพราะอาจติดเชื้อแบคทีเรียหรือยีสต์ค่ะ

Read more

เด็ก ๆ ทาครีมกันแดดได้มั้ย ?

ทุกวันนี้แดดแรงทุกฤดู หรือในช่วงวันฟ้าครึ้มแดดไม่แรงจัดก็ตามแต่รังสียูวีก็ยังสามารถทำร้ายผิวได้ แม่ ๆ มักจะทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านเพื่อปกป้องผิวสวย แต่ทราบไหมคะว่าเด็ก ๆ ก็ต้องการการปกป้องผิวเช่นกัน เพราะหากไม่ปกป้องผิวลูกจากอันตรายของรังสียูวี ผิวของลูกอาจมีโอกาสถูกทำร้าย โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสกับแสงแดดแรงกล้ายามเที่ยงวันมีโอกาสที่ผิวจะแสบแดงและร้อนได้ 6 เดือนขึ้นไป Dr. Lawrence Gibson แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเมือง  Rochester รัฐ Minnesota ประเทศสหรัฐฯ เขียนบทความหนึ่งลงเว็บไซต์ Mayoclinic.org ว่า เด็กวัยตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปจึงจะสามารถใช้ครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิว  คุณแม่จำเป็นต้องอ่านฉลากบนครีมกันแดดด้วยค่ะ เนื่องจากบางแบรนด์อาจมีคำแนะนำในการใช้ว่าเหมาะกับเด็กในวัยต่างกันไป เช่น 6 เดือน หรือ 12 เดือน เป็นต้นวิธีเลือกครีมกันแดดให้ลูกน้อย  การเลือกครีมกันแดด (Sunscreen) สำหรับลูกน้อยวัย 6 เดือนขึ้นไป จำเป็นต้องมีความละเอียดอ่อนสักนิด เนื่องจากผิวเด็กยังอ่อนบางกว่าผู้ใหญ่ แนะนำวิธีเลือกดังนี้ค่ะ 1.มี SPF อย่างน้อยตั้งแต่ 30 ขึ้นไป2.ปราศจากน้ำหอม สี แอลกอฮอล์ และสารเคมีต่าง ๆ 3.ผ่านการทดสอบค่า SPF…

Read more

ของเล่นทรายมหัศจรรย์

มีของเล่นใหม่ ๆ มาอัพเดทค่ะ คราวนี้เป็นของเล่นทรายอันแสนมหัศจรรย์ที่คุณลูกต้องชอบ เด็ก ๆ สามารถสนุกกับการเล่นทรายมหัศจรรย์ Motion Sand กันได้ตามจินตนาการทรายมหัศจรรย์จาก USA นี้มีความพิเศษตรงไม่แห้งแล้วก็ไม่คืนรูปค่ะ เนื้อทรายยึดเกาะเป็นรูปร่างได้ดี ไม่เลอะมือหรือเสื้อผ้า ไม่ทำให้พื้นเป็นมันแบบดินน้ำมันส่วนจะฟุ้งกระจายแบบทรายมั้ย ขอตอบว่าไม่ค่ะ เพราะเค้ามองเห็นปัญหาการเล่นทรายอย่างหนึ่งก็คือมีโอกาสฟุ้งกระจายเข้าจมูกหรือเข้าตาเด็ก ถ้าเล่นทรายจริง ๆ คุณแม่ยังต้องมาเก็บกวาดผงทรายหลังลูกเล่นเสร็จคุณลูกสามารถเล่น Motion Sand ในบ้าน สีทรายสวย ๆ ที่ลูกปั้นก็ไม่ติดมือ ปลอดกลิ่น ปลอดสารพิษ และไม่ต้องกังวลว่าจะมีแบคทีเรียสะสมในทรายชุดทรายนี้มีให้เลือกหลายชุดพร้อมบล็อกพิมพ์ตามความชอบของเด็ก ๆ ชุดไดโนเสาร์ ชุดสัตว์ทะเล ชุดซาฟารี ชุดทำขนมเค้ก ฯลฯนอกจากเด็กๆ จะได้สนุกเพลิดเพลินกับจินตนาการแล้ว การเล่นทรายยังเป็นการกระตุ้นประสาทสัมผัสการรับรู้ผิวสัมผัสที่แตกต่าง อีกทั้งยังได้ฝึกฝนกล้ามเนื้อมือให้มีพัฒนาการที่ดีด้วยค่ะ

Read more

รถโรงเรียนในสิงคโปร์มีคาร์ซีทด้วยนะ

ในหลายประเทศทั่วโลกมีกฎหมายบังคับใช้คาร์ซีทเพื่อดูแลความปลอดภัยของเด็กหากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์สำหรับประเทศสิงคโปร์กฎหมายกำหนดว่าเด็กที่มีความสูงน้อยกว่า 135 ซ.ม.แล้วไม่นั่งคาร์ซีทขณะเดินทางบนท้องถนนถือว่าผู้ใหญ่ที่ดูแลฝ่าฝืนต่อข้อบังคับของกฎหมาย มีความผิดค่พคาร์ซีทในรถโรงเรียนนานาชาติที่น่าทึ่งก็คือนอกจากในรถยนต์แล้ว รถรับส่งของโรงเรียนในประเทศสิงคโปร์ก็มีการใช้คาร์ซีทด้วย ถ้าไม่ได้เห็นภาพเราอาจจะนึกไม่ออกว่าคาร์ซีทแต่ละที่นั่งมีขนาดใหญ่ จะนำไปติดตั้งในรถโรงเรียนให้ครบตามจำนวนเด็กได้อย่างไร ราคาของคาร์ซีทใช่ว่าจะถูก โรงเรียนจะยอมทุ่มทุนเชียวหรือ แต่ว่าโรงเรียนนานาชาติ Stamford American International School ทำได้ แล้วเขาทำได้อย่างไร ?คาร์ซีทพกพาคือคำตอบถ้าใช้คาร์ซีททั่วไปติดตั้งในรถโรงเรียนคงเป็นไปไม่ได้แน่ โรงเรียนนานาชาติแห่งนี้จึงเลือกใช้คาร์ซีทพกพาที่เล็กที่สุดในโลกของ Mifold ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าคาร์ซีททั่วไป 10 เท่า เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับเด็กนักเรียนหากเกิดอุบัติเหตุขณะเดินทางMifold เล็กแต่เวิร์กรูปร่างหน้าตาของคาร์ซีทพกพา Mifold มีลักษณะเป็นแค่กล่องแบน ๆ เล็ก ๆ ทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์ปรับระดับสายเข็มขัดนิรภัยให้ลงมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมโดยไม่ต้องมีเก้าอี้นั่ง ที่น่าสนใจก็คือสามารถนำไปติดตั้งไว้บนรถคันไหนก็ได้ รถบัส รถแท็กซี่ รถตู้ หรือขึ้นรถคันอื่นก็พกพาไปใช้ได้เพื่อดูแลความปลอดภัยให้เด็ก ๆ หากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ส่วนเรื่องความปลอดภัย ถึงแม้ว่าจะมีราคาถูกมาก…

Read more

7 เหตุผลใช้คาร์ซีทแบบพกพา

ขณะโดยสารรถยนต์ ผู้ใหญ่คาดเข็มขัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัย ลูกตัวโตอายุเกิน 12 ขวบมักจะใช้เข็มขัดนิรภัยของผู้ใหญ่ แล้วลูกเล็กล่ะมีอะไรปกป้องเขาได้หากเกิดอุบัติเหตุขณะเดินทางการอุ้มเด็กนั่งเบาะหลังดูเหมือนว่าจะปลอดภัยดี แต่มักพบว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุเด็กจะได้รับอันตรายรุนแรงจากการกระแทกกับตัวรถหรือกระเด็นออกนอกตัวรถคาร์ซีทจึงมีความจำเป็นและมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเด็กค่ะรายงานจาก WHO หรือองค์การอนามัยโลกกล่าวว่าการใช้เบาะนิรภัยสำหรับเด็กสามารถลดอันตรายจากการเกิดอุบัติเหตุ และช่วยลดโอกาสเกิดการสูญเสียชีวิตของเด็กได้ถึง 70 %จะดีแค่ไหนถ้าความปลอดภัยพกพาได้ คาร์ซีทที่พบเห็นโดยทั่วไปมีลักษณะเป็นเก้าอี้นั่งบุนวมติดตั้งในรถยนต์ แต่คาร์ซีทแบบพกพามีขนาดเล็กมาก สามารถพกติดตัวไปได้ทุกที่ นั่นก็คือ Mifold นวัตกรรมนี้คิดค้นขึ้นมาจากไอเดียของ Mr. Jon Sumroy คุณพ่อที่เป็นห่วงสวัสดิภาพยามเดินทางของลูก ๆ ทั้ง 4 คนของเขาจุดเด่นของคาร์ซีทแบบพกพา1.มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง ผลิตด้วยวัสดุเดียวกับที่ใช้ในการผลิตเครื่องบิน จึงมีความแข็งแรง ทนทาน และน้ำหนักเบา เมื่อเกิดอุบัติเหตุสามารถปกป้องความปลอดภัยให้ลูกได้ และได้รับการรับรอง Regulatory Approval จาก US & EU2.ได้รับ 14 รางวัลระดับสากลจากนานาประเทศทั้งรางวัลด้านความปลอดภัยและการดีไซน์ที่เหมาะสม…

Read more