คุณพ่อและคุณแม่ทุกคนล้วนมีความตั้งใจที่เหมือนกันในเรื่องอยากให้ลูก ๆ เป็นเด็กดี สิ่งหนึ่งที่เรามักจะย้ำกับลูกเสมอ คือ มีอะไรให้บอกพ่อกับแม่ “พูดความจริงกับพ่อและแม่นะคะ” “อย่าโกหกนะครับลูก” แต่ดูเหมือนว่าการสร้างลูกให้เป็นเด็กดี พูดความจริงกับพ่อและแม่เสมอนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย คุณพ่อคุณแม่แทบทุกบ้านจึงต้องหาวิธีการในการรับมือกับเหตุการณ์ที่ลูกไม่พูดความจริง หรือโกหกในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่เสมอ แล้วเราจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไรดี 

วิธีรับมือเมื่อลูกไม่พูดความจริง 

  • เมื่อลูกไม่พูดความจริงกับคุณพ่อคุณแม่ สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำ คือ การทบทวนและสำรวจตนเอง สำรวจวิธีการที่เราแสดงออกกับลูกเมื่อเขาทำในสิ่งที่ผิดพลาดไป อาทิ เมื่อลูกทำน้ำหก หรือทำขนมหกในบ้านหรือบนอุปกรณ์สำคัญ คุณพ่อคุณแม่มีวิธีการรับมืออย่างไร หากคุณพ่อคุณแม่รับมือด้วยอารมณ์โกรธ ลูกจะจดจาว่าเมื่อเกิดความผิดพลาดคุณพ่อคุณแม่จะโกรธ หากเค้าบังเอิญทำผิดซ้ำและไม่อยากพบกับอารมณ์โกรธแบบนั้น เด็กจะเลือกวิธีโกหก ในทางกลับกัน หากคุณพ่อคุณแม่ระงับอารมณ์โกรธลงได้ พร้อมที่จะเข้าใจและชี้แนะให้เขาทาในสิ่งที่ถูกต้อง เช่น “ลูกทำน้ำหกบนเอกสารคุณพ่อเสียแล้วล่ะ แม่รู้ว่าลูกไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษพ่อแล้วรีบไปเอาผ้ามาเช็ดพื้นตรงนี้เสียนะคะ” ลูกจะรับรู้ได้ว่า เมื่อเขาทำผิดพลาดไปพ่อและแม่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือและแนะนำสิ่งที่ถูกต้องให้เขา หากเขาทำผิดพลาดอีก (ซึ่งแน่นอนว่าต้องมี) เขาจะกล้าพูดความจริงกับพ่อและแม่ พร้อมกับกล้าที่จะรับผิดชอบต่อความผิดของตนเอง ซึ่งหากฝึกเสมอก็จะเป็นนิสัยประจำตัวของเขาต่อไป 
  • ชื่นชมลูกเมื่อเขาแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดลงไปได้ด้วยตัวเอง พ่อแม่หลายท่านอาจคิดว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำใจกล่าวชมลูกเมื่อเขาทำผิด แต่เราไม่ได้โฟกัสที่การกระทำความผิดนั้น เราโฟกัสที่ความรับผิดชอบต่อการกระทำของเขา ดังนั้น หากลูกทำน้ำหก เขามาบอกพ่อกับแม่และหาผ้าเช็ดน้ำนั้นเรียบร้อย คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกที่จะขอบคุณลูกเมื่อลูกพูดความจริง และชื่นชมที่เขารับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำลงไปได้ดี แค่นี้ลูกก็จะมีความมั่นใจว่าพ่อกับแม่พร้อมจะรับฟังความจริงจากเขาเสมอ 
  • ฝึกสังเกตดูว่าลูกมีทักษะในการแก้ไขปัญหาที่ดีหรือเปล่า เพราะเด็ก ๆ ที่ไม่พูดความจริงโดยส่วนใหญ่เกิดจากเขาไม่สามารถแก้ไขปัญหานั้น ๆ ได้ด้วยตนเอง เมื่อแก้ไขไม่ได้และกลัว

ความผิดจึงโกหก หากลูกมีทักษะในการแก้ไขปัญหาที่จำกัด คุณพ่อคุณแม่ก็ควรหากิจกรรมที่เสริมพัฒนาการในด้านนี้มาช่วยเหลือเขา 

จะเห็นได้ว่า สิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกพูดความจริงกับพ่อแม่นั้น คือ ตัวคุณพ่อและคุณแม่เอง หากคุณพ่อคุณแม่สามารถระงับอารมณ์โกรธและสื่อสารเชิงบวกกับลูก ลูกก็จะกล้าพอที่จะเป็นเด็กดีและพูดความจริงกับคุณพ่อคุณแม่เสมอ การเลี้ยงลูกเชิงบวกนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยากจนเกินไป เป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนฝึกฝนตนเองไปพร้อม ๆ กับลูกนะคะ